ธุรกิจและการเงิน

ผู้ใดครอง 5G ผู้นั้นครองโลก

Published 3 มี.ค. 2019

By นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา

5G-China-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

สหรัฐฯ เชื่อว่า ใครก็ตามที่ควบคุม 5G จะได้เปรียบโลกทั้งโลกไปอีกนานนับทศวรรษ และจีนคือชาติที่กำลังจะเข้าถึงจุดนั้น 

ในการประชุม Munich Security Conference เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รองประธานาธิบดีไมก์ เพนซ์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า 

“สหรัฐฯ แสดงความชัดเจนมาโดยตลอดกับชาติพันธมิตรความมั่นคง เรื่องภัยคุกคามจากหัวเหว่ย และบริษัทโทรคมนาคมจีนต่างๆ เนื่องจากกฎหมายจีนกำหนดให้บริษัทเหล่านี้ต้องส่งมอบข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับระบบเครือข่ายทั้งหมดให้กับรัฐบาลจีน ดังนั้น เราจึงต้องป้องกันโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของเรา 

“และสหรัฐฯขอเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรด้านความมั่นคงทั้งหมด ร่วมมือกันต่อต้านบริษัทใดก็ตามที่อาจจะทำให้เทคโนโลยีการสื่อสารหรือระบบความมั่นคงของเราล้มเหลว เราไม่สามารถจะป้องกันชาติตะวันตกได้อย่างมั่นใจหากพันธมิตรของเรายังพึ่งพาชาติตะวันออก"

นับเป็นคำประกาศที่ชัดเจน แบ่งแยกค่ายตะวันตก-ตะวันออก พุ่งเป้าไปที่จีนโดยตรง ไม่ต่างกับยุคสงครามเย็น เพียงแต่ว่าครั้งนี้เป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่ชาติตะวันออกผู้ล้าหลังในอดีต แซงหน้าชาติตะวันตกจนหวาดกลัวในยุคปัจจุบัน
ใครจะครองโลกได้ด้วย 5G นั้นจริงหรือไม่ เราคงต้องมาพิจารณากันก่อนว่า 5G ทำอะไรได้บ้าง

คุณสมบัติสำคัญคือความเร็วซึ่งอยู่ในระดับ 1.4-4.5 กิกะบิตต่อวินาที เร็วกว่า 4G อย่างน้อย 20 เท่า ทำให้สามารถใช้งาน Video streaming ได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมทั้งส่งผ่านข้อมูลต่างๆ ที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีความหน่วง (Latency) แค่ระดับหนึ่งในพันวินาที ทำให้ข้อมูลที่ส่งผ่านกันนั้นมีความถูกต้องแม่นยำ 

ผู้ใดครอง 5G ผู้นั้นครองโลก,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

นอกเหนือจากการใช้งานด้านการสื่อสารและความบันเทิงแล้ว เรายังสามารถนำ 5G ไปใช้ในงานที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เช่น IoT ในระดับละเอียดอ่อน, FinTech ที่มีลูกเล่นแพรวพราว, Smart Home ที่สมบูรณ์แบบ, Industrial Automation ระดับ Precision หรือแม้กระทั่งการผ่าตัดจากระยะไกล

แน่นอนว่า ข้อมูลทุกอย่างที่อยู่ในเครือข่าย 5G จะต้องส่งผ่านสถานีฐาน และ Intelligent Network ของผู้ให้บริการเครือข่าย ซึ่งย่อมต้องผ่านอุปกรณ์เครือข่ายด้วยเช่นกัน และขณะนี้หัวเหว่ยกำลังเป็นผู้นำดังที่ประธานหัวเหว่ยประกาศท้าทายไว้ว่า 

สหรัฐฯ ไม่มีทางเอาชนะหัวเหว่ยได้ เพราะไม่อย่างนั้น สหรัฐฯ ก็จะล้าหลังเสียเอง เนื่องจากอุปกรณ์ของหัวเหว่ยนั้นมีประสิทธิภาพสูง เทคโนโลยีสูง และราคาถูก ซึ่งคงเป็นสาเหตุที่ทำให้สหรัฐฯ ระแวง เพราะโลกปัจจุบันหรืออนาคตอันใกล้นั้นอาจไม่ต้องรบกันด้วยกระสุนปืน หรือแม้กระทั่งขีปนาวุธนิวเคลียร์ แต่เพียงแค่ ‘ถอดปลั๊ก’ ประเทศข้าศึกก็พอแล้ว

อย่างไรก็ตาม ประธานหัวเหว่ยก็ให้คำมั่นว่า เขารักประเทศจีน เขารักพรรคคอมมิวนิสต์ แต่เขาจะไม่ทำร้ายชาติอื่น ซึ่งดูเหมือนชาติอื่นๆ อีกครึ่งโลกจะเชื่อเขา ไม่เอาด้วยกับสหรัฐฯ และยังคงเดินหน้าติดตั้ง 5G กับหัวเหว่ย ทั้งยุโรปหลายชาติและแม้แต่ไทยซึ่งเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ มาช้านาน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ สหรัฐฯ ก็ส่งสัญญาณกลับลำ โดยหลังจากเจรจาการค้ากับรองนายกรัฐมนตรีจีน ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวในทวิตเตอร์ว่า 

“ผมไม่ต้องการกีดกันใครเพราะข้อกล่าวหาหรือเพราะเหตุผลด้านความมั่นคง ผมพูดถึงทุกคนนะ พูดจริงๆ รวมทั้ง...ด้วย มันเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนว่าคืออนาคต ผมอยากให้สหรัฐฯ ชนะได้ด้วยการแข่งขัน ไม่ใช่กีดกันใครที่มีเทคโนโลยีสูงกว่าเรา เราจะต้องเป็นผู้นำในทุกด้านเสมอ โดยเฉพาะเทคโนโลยี ผมต้องการ 5G หรือแม้กระทั่ง 6G ในสหรัฐฯ โดยเร็วที่สุด เพราะมันมีประสิทธิภาพสูงกว่า เร็วกว่า และฉลาดกว่าระบบที่เรามีอยู่ บริษัทอเมริกันจะต้องพยายามไล่ตามให้ทัน ไม่อย่างนั้นเราก็จะล้าหลัง”

หลังจากนั้นไม่กี่วัน หัวเหว่ยก็เผยโฉมโทรศัพท์ 5G พับได้จนเป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลก และแน่นอนว่า ภายในปีนี้ประเทศต่างๆ (ซึ่งอาจรวมทั้งสหรัฐฯ) จะเริ่มใช้ 5G กันอย่างแพร่หลาย และแทบทั้งหมดใช้อุปกรณ์ของหัวเหว่ย

แต่จริงหรือไม่ ที่ในอนาคตจีนโดยหัวเหว่ยจะครองโลกด้วย 5G...อีกไม่นานเราคงได้รู้กัน



Advertising