Smart Living

มาตรการจำกัดความเร็ว แก้ปัญหาอุบัติเหตุได้จริงหรือ

Published 9 ส.ค. 2018

By พนิต ภู่จินดา

Speed-limit-smart-living-Rabbit-Today-banner

จั่วหัวแปลกๆ เรียกเสียงโห่แบบนี้ก็เพราะมีคนพูดกันอยู่เสมอว่า ขับรถบนทางหลวงสายประธาน หรือ Autobahn ที่เยอรมนีคงจะสนุกดี เพราะไม่มีเขตจำกัดความเร็ว จะได้เหยียบได้เต็มศักยภาพของเครื่องยนต์ที่เสียตังค์ซื้อมาใช้ 

แต่ในมุมหนึ่งก็ให้สงสัยว่า ถ้าปล่อยให้ขับโดยไม่จำกัดความเร็ว ความปลอดภัยในการสัญจรทางถนนก็น่าจะลดลง นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ เสียชีวิตกันมากมายละสิ แต่พอไปค้นหาอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ก็เจอข้อมูลที่สวนทางกับสิ่งที่คาดไว้ 

ในปี 2013 ประเทศเยอรมนีปล่อยให้รถยนต์ 4 ล้อส่วนบุคคล วิ่งบนทางหลวงระหว่างเมืองได้โดยไม่มีกฎหมายจำกัดความเร็ว มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเพียง 4.3 คนต่อประชากร 100,000 คน ส่วนประเทศไทยที่มีกฎหมายจำกัดความเร็ว (Speed Limit) มีการตั้งด่านอย่างเข้มงวด มีกล้องวงจรปิดคอยดักจับ และมาตรการอื่นๆ อีกมากมาย กลับมีอัตราการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางถนนสูงถึง 36.2 คนต่อประชากร 100,000 คนในปีเดียวกัน แสดงว่ามาตรการจำกัดความเร็วไม่ได้ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุใช่หรือไม่

มาตรการจำกัดความเร็ว แก้ปัญหาอุบัติเหตุได้จริงหรือ,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

ถนนระดับ Autobahn หรือทางหลวงสายประธานของเยอรมนี ไม่มีเขตจำกัดความเร็วทั้งหมดจริงหรือ คำตอบคือไม่จริง เพราะมีเขตจำกัดความเร็วที่ 130 km/h แต่ก็มีแค่ 10 กว่ากิโลเมตรในเขตเมืองเบรเมนทางตอนเหนือของประเทศเท่านั้น ที่เหลือไม่มีเขตจำกัดความเร็วใดๆ มีแค่คำแนะนำว่าไม่ควรขับเร็วเกิน 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ขับเร็วกว่านั้นก็ไม่ผิดกฎหมายนะ 

ฟังดูน่าแปลกใจดี สำหรับวิถีของคนเยอรมัน ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทั้งของส่วนตัวและส่วนรวมเป็นอย่างมาก แต่ตามหลักการวางแผนจราจร การไม่ใช้มาตรการจำกัดความเร็วไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด พวกเราคนไทยนี่ละที่แปลก ดันไปทึกทักเอาว่าการจำกัดความเร็วคือเครื่องมือวิเศษเพียงมาตรการเดียวที่จะลดอุบัติเหตุทางถนนได้ แต่จริงๆ แล้วมีมาตรการอื่นๆ อีกมากมายที่ทำหน้าที่ดังกล่าวได้ และอาจจะเป็นมาตรการที่ดีกว่าการจำกัดความเร็วเสียอีก 

เยอรมนีเขาเลือกใช้มาตรการอื่นๆ โดยไม่ใช้มาตรการจำกัดความเร็วบนถนนสายประธานอย่างไรเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน

1. การควบคุมการได้มาซึ่งใบขับขี่ ที่เยอรมนี ใบขับขี่ได้มายากมากๆ ต้องเรียนและสอบไม่ง่ายเลย แต่ถูกยึดหรือพักการใช้ใบขับขี่ง่ายมาก ถามว่ายากแค่ไหน คำตอบคือ มิชาเอล ชูมัคเกอร์ แชมป์โลกรถสูตรหนึ่ง (Formula 1) 7 สมัย สอบไม่ผ่านมาแล้วละครับ

มาตรการจำกัดความเร็ว แก้ปัญหาอุบัติเหตุได้จริงหรือ,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

2. กฎหมายควบคุมระยะห่างจากรถคันหน้าเข้มงวดมาก ปรับ 375 ยูโร ยึดใบขับขี่ 3 เดือน ระยะห่างจากคันที่กฎหมายกำหนดคือ ครึ่งหนึ่งของความเร็ว (มีหน่วยเป็นเมตร) แปลว่า ถ้าวิ่งเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะต้องมีระยะห่างจากรถคันข้างหน้าไม่น้อยกว่า 50 เมตร ดังนั้น โดยหลักแล้วอุบัติเหตุทางถนนลดลงด้วยกฎหมายนี้

3. มีแต่รถยนต์ส่วนตัวเท่านั้นที่วิ่งได้โดยไม่จำกัดความเร็ว รถประเภทอื่นถูกจำกัดหมด เช่น รถบรรทุกและรถบัสผู้โดยสารขับได้ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นต้น และต่อให้คุณขับรถยนต์ 4 ล้อ แต่ติดรถพ่วงขนของต่อท้าย ก็ถูกจำกัดความเร็วเช่นกัน

4. ถนนแบบ Autobahn มี 6 เลน ข้างละ 3 เลน ขับขี่ชิดขวาคนละฝั่งกับประเทศไทย ช่องทางด้านซ้ายสุดมีไว้สำหรับแซงเท่านั้น ห้ามวิ่งแช่อยู่ช่องทางซ้ายตลอด แซงเสร็จแล้วต้องกลับมาอยู่ช่องกลาง อีกทั้งยังมีมาตรการว่า ช่องทางอื่นๆ ยกเว้นเลนขวาสุด มีข้อกำหนดความเร็วขั้นต่ำ อย่าคิดว่าขับรถช้าบนถนนสายประธานแล้วจะปลอดภัย แต่ขับด้วยความเร็วเท่ากับคันอื่นๆ จะปลอดภัยกว่าเยอะ

มาตรการจำกัดความเร็ว แก้ปัญหาอุบัติเหตุได้จริงหรือ,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

มาตรการนี้จะใช้ไม่ได้เลยถ้าเลือกใช้มาตรการจำกัดความเร็ว เพราะจะมีคนขับจำนวนหนึ่งที่ยืนยันว่าฉันขับอยู่ที่ความเร็วสูงสุดตามกฎหมายแล้ว ดังนั้น ฉันขับรถบนช่องทางไหนก็ได้ ไม่ผิดกฎหมาย รถคันอื่นจะแซงฉันได้อย่างไร ถ้าแซงก็แปลว่าวิ่งเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนดสิ แต่การขับแบบแช่ขวาด้วยความเร็วเท่ากับที่กฎหมายกำหนด นำมาซึ่งการเกิดอุบัติเหตุจำนวนมากในประเทศไทย

5. ตำรวจทางหลวงนอกเครื่องแบบ คุณไม่มีทางรู้ว่ารถคันข้างๆ คุณคือตำรวจหรือเปล่า รถธรรมดา แต่งตัวธรรมดา ถ้าเขาจะจับคุณ ป้าย Polizei ที่แปลว่า ตำรวจ จะพับตั้งขึ้นมาในส่วนคอนโซลหลัง และเอามือออกมาชูไฟกลมๆ ให้คุณจอด การไม่รู้ว่าตำรวจอยู่ตรงไหนบ้างป้องกันการละเมิดกฎหมายได้ดีนัก

สรุปความง่ายๆ และตรงไปตรงมาแบบเยอรมนีว่า มาตรการจำกัดความเร็วในการสัญจรบนถนนสายประธานไม่ใช่ยาวิเศษของการป้องกันอุบัติภัยทางถนน แต่ต้องใช้หลายมาตรการร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมคุณภาพผู้ขับรถ การจัดการช่องจราจรตามสมรรถนะของรถ และการจัดสรรช่องจราจร รวมถึงการเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เพราะการบริหารจัดการพฤติกรรมมนุษย์ต้องใช้เครื่องมือหลากหลายเพื่อจะลดและป้องกันความเสี่ยงได้ทุกมิติ 

คิดแบบชั้นเดียวเชิงเดียวแบบที่ประเทศไทยทำมาตลอดคงไม่ประสบความสำเร็จอีกต่อไป


AUTHOR :

พนิต ภู่จินดา
รศ.ดร. พนิต ภู่จินดา หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเมือง เขาจะมานำเสนอเรื่องใกล้ตัวของชาว Urbanista ในมุมมองใหม่ ให้ชาว Rabbit Today ได้ติดตามกัน

AD Thanachart
AIA_300x250
SCB_300x250

Advertising