Smart Living

PANIC ATTACK !!!

Published 15 มิ.ย. 2018

By Monster Mom

MAIN920x470

โรคตื่นกลัว แก้เองได้ด้วยการพิจารณาปัจจุบันขณะ

สวรรค์ในอกเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่เมื่อพูดถึง 'นรกในใจ' คงไม่มีใครเข้าใจความหมายของคำนี้ได้ดีกว่า คนที่เป็นแพนิค

เพราะสามารถที่จะทุรนทุรายเหมือนตกนรกได้ด้วยความคิดตัวเอง รู้สึกเหมือนถูกกักขังอยู่ในที่แคบอันตราย จิตตกวูบ คล้ายจะพุ่งดิ่งไปหาจุดจบของชีวิต ทั้งที่ภายนอกไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งคนอื่นที่ไม่ได้เป็นจะไม่มีวันเข้าใจ และช่วยอะไรเราแทบไม่ได้

ในทางการแพทย์อธิบายคำว่าแพนิคเป็นภาษาไทยว่า โรคตื่นกลัว แค่พอใช้ไปสักพัก ดูเหมือนคนจะนิยมเรียกทับศัพท์มากกว่า ก็เลยเรียกแพนิค ซึ่งมีหลายแบบ เช่น บางคนกลัวที่มืด บางคนกลัวที่แคบ บางคนกลัวที่สูง บางคนกลัวสภาวะกดดัน ฯลฯ

รากศัพท์ของคำว่า Panic นี้มาจากชื่อของเทพเจ้าองค์หนึ่งที่มีนามว่า Pan ตามเทพนิยายของกรีก เทพเจ้าองค์นี้ไม่ได้สวยงามเหมือนเทพอื่นๆ เพราะมีร่างกายท่อนล่างเป็นแพะ เมื่อใครไปพบเห็นเข้าก็จะตื่นตระหนกด้วยความกลัว จึงเป็นที่มาของคำว่า แพนิค

แม้อาการแพนิคเวลานั่งเครื่องบินจะเป็นอุปสรรคที่แย่มากสำหรับการเดินทาง แต่บ่อยครั้งที่อาการแพนิคก็ทำให้เราตระหนักถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ และเข้าใจวิธีการที่จะมีชีวิตอย่างมีความสุขได้เร็วที่สุด เหมือนการสะกิดเตือนจากพระเจ้าให้เรารู้ตัวว่า หากเหลือเวลาในชีวิตแค่วันนี้เป็นวันสุดท้าย มีอะไรบ้างที่ควรทำ และอะไรบ้างที่ไม่ควรทำ

ปัจจัยที่กระตุ้นอาการแพนิคมีทั้งภายในและภายนอก โดยปัจจัยภายนอกที่ดิฉันวิเคราะห็ได้สำหรับตัวเอง คือการอยู่ในสถานที่แคบที่การระบายอากาศไม่ดี หายใจไม่สะดวก มืด อึดอัด ส่วนปัจจัยภายในมาจากความเครียดที่สะสมมาล่วงหน้า หรือความคิด ณ ปัจจุบันที่ทำให้เครียด

เนื่องจากดิฉันต้องเดินทางบ่อย จึงต้องหาวิธีแก้ปัญหาเพื่อให้ไม่เกิดอาการขึ้น ในส่วนของปัจจัยภายนอกนั้น หากต้องนั่งเครื่องบิน ก็ต้องพยายามเลือกที่นั่งให้สบายที่สุด เบียดน้อยที่สุด เลือกนั่งริมทางเดิน เพื่อให้ไม่รู้สึกว่าถูกเบียดหรือขนาบโดยคนแปลกหน้าทั้งซ้ายขวาหน้าหลัง เวลาเข้าแถวเดินขึ้นเครื่อง ก็พยายามขึ้นทีหลังสุด จะได้ไม่ต้องอัดอยู่ในงวงขึ้นเครื่องบินที่อับและร้อน

นอกจากนี้คือการพกพัดอันเล็กๆติดตัวไว้โบกให้มีลมเย็นผ่านหน้าหากรู้สึกว่า หายใจไม่สะดวก และพกยาดมหรือของหอมเอาไว้ดมให้รู้สึกปลอดโปร่ง เพราะกลิ่นดีๆเป็นสัมผัสที่ช่วยควบคุมสมองให้รู้สึกในด้านดี หากต้องทนเบียดกับคนแน่นในที่แคบแล้วหายใจไม่ออก เหม็นกลิ่นโน้นกลิ่นนี้ จะทำให้เสี่ยงที่จะเกิดแพนิคได้ง่าย และถ้าขึ้นเครื่องแล้ว ดีเลย์อยู่ในเครื่องนานๆ แอร์ไม่เย็น จนเริ่มเครียด ก็จะรีบแจ้งพนักงานทันที เขาก็จะช่วยเหลือดูแลให้สบายใจขึ้น แต่ก่อนไม่กล้าบอกเพราะอาย แต่เดี๋ยวนี้ เลิกอายแล้ว

ใครที่คุ้นเคยกับภาพดิฉันพกพัด พกยาดม ชอบใส่เสื้อผ้าคอกว้างๆ หลวมๆ นั้นอาจนึกว่าเป็นแฟชั่นที่ชื่นชอบ แต่จริงๆแล้วเป็นการทำตัวให้สบายที่สุดในการเดินทางเพื่อป้องกันแพนิค

ส่วนการป้องกันปัญหาจากปัจจัยภายใน คือความเครียดที่สะสมมาล่วงหน้า หรือความคิดที่บังเอิญแวบผ่านเข้ามา ทำให้เครียดกังวลแบบเฉียบพลันนั้น แก้ได้ด้วยการทำในทุกสิ่งที่ต้องทำ ในเวลาที่ต้องทำ ให้ครบหมดสิ้นทุกครั้งก่อนออกเดินทาง เสมือนหนึ่งว่า ทุกครั้งที่เดินทางหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านไปขึ้นเครื่องบิน เป็นวันสุดท้ายของชีวิต เพื่อที่เราจะได้ไม่เหลือสิ่งใดให้เครียดกังวล เสียใจ หรือเสียดาย ว่าถ้าบังเอิญเป็นอะไรไปกะทันหันแล้ว คนข้างหลังจะไม่เดือดร้อน ไม่มีเรื่องราวให้ติดค้างคาใจ

การเตรียมใจให้คิดเหมือน ‘พร้อมตายทุกขณะ’ นี้ จริงๆแล้วมีประโยชน์มากกับการใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่เพื่อป้องกันการแพนิค ซึ่งดิฉันเคยเล่าให้คนใกล้ตัวฟังมาบ้างแล้วว่า การเคลียร์ภารกิจทั้งหลายไม่ให้มีสิ่งใดคั่งค้างนั้น จะทำให้เราไม่มีทั้งความเครียดเฉพาะหน้าและความเครียดแฝง เพราะความเครียดแฝง บางครั้งเราไม่รู้ตัว แต่เกาะฝังอยู่ตรงนั้นตรงนี้ภายในใจ เช่น มีงานค้าง มีสิ่งที่ต้องทำแต่ไม่ทำตามเวลาที่ต้องทำ จัดเก็บข้าวของในบ้านหรือในออฟฟิศไม่เป็นที่ มีภาระที่ก่อไว้ และอาจก่อปัญหาในภายหลังให้ผู้อื่นหากเขาติดต่อเราไม่ได้ ฯลฯ

ความเครียดเหล่านี้ คนที่ไม่ได้เป็นแพนิคจะเห็นเป็นเรื่องโง่ๆ และแนะนำให้เรา “ปล่อยวาง” ซึ่งพูดง่าย แต่ทำยาก วิธีที่ดีที่สุดของดิฉันคือ เคลียร์ภารกิจทุกอย่างที่อาจทำให้เครียดจนโล่ง สะอาด ก่อนเดินทางทุกครั้งเสมอ รวมไปถึงการจัดเก็บข้าวของ และสั่งการว่าอะไรอยู่ที่ไหน หากดิฉันบังเอิญตายไป ไม่กลับมา หรือติดต่อกันไม่ได้เป็นเวลานาน คนที่เกี่ยวข้องก็จะไม่ต้องลำบาก ทั้งเรื่องเอกสาร ทรัพย์สิน งานที่ต้องสานต่อ ฯลฯ ซึ่งจริงๆแล้วก็คือการทำในสิ่งที่ต้องทำให้เรียบร้อยในเวลาที่ต้องทำ หรือการอยู่กับปัจจุบันนั่นเอง

เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งสำคัญที่มีผลต่ออาการแพนิคมากที่สุดคือการจัดการความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง บ่อยครั้งที่ความรู้สึกค้างคาใจบางอย่างที่มีกับคนใกล้ตัวทำให้เรารู้สึกผิด หรือรู้สึกกลัวจนเครียด ว่าหากเราจะไม่ได้มีโอกาสกลับไปเจอกันอีก หรือติดต่อกันไม่ได้อีก เสมือนตายจากกัน ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เช่น พูดจาไม่ดีกับคนในครอบครัว แทนที่จะได้แสดงความรักหรือมอบความทรงจำดีๆ ต่อกันเมื่อลาจาก เพราะเราทุกคนต่างไม่รู้หรอกว่า การจากกันในแต่ละวันของคนเรานั้น บางครั้งอาจหมายถึงการจากลากันไปตลอดชีวิต

สามีของดิฉันเคยส่งบทความชิ้นหนึ่งมาเตือนใจ เขาบอกว่า ชีวิตเป็นการเดินทาง คนรอบข้างที่เรารักเป็นเพื่อนร่วมทางไปกับเรา และช่วงเวลาที่เราได้เดินทางไปด้วยกันนั้นสั้นเหลือเกิน สั้นจนน่าเสียดายหากเราจะลืมใส่ใจและดูแลทุกขณะที่เราได้ร่วมทางกันให้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขแทนที่จะโกรธหรือทุกข์เศร้า และเมื่อการเดินทางสั้นๆระหว่างเราสิ้นสุดลง หากเราทำดีต่อกัน ก็จะไม่มีอะไรให้เสียใจภายหลัง

ขอบคุณ...อาการแพนิค ที่เป็นแรงบันดาลให้เขียนอะไรได้ยืดยาว  


AUTHOR :

Monster Mom
วีร์วิศ เป็นนามปากกาของ วรรณศิริ ศรีวรา- ธนบูลย์ นักเขียนหญิงร่วมสมัย เริ่มเป็นที่รู้จักในแวดวงวรรณกรรม ด้วยผลงานวรรณกรรมประเภทรวมเรื่องสั้นแนว รหัสคดีที่มีกลิ่นอายของความอีโรติกในชื่อ ‘แอบอยู่ในคุณ’ งานเขียนของเธอมักกระตุกต่อมความคิดให้เราเสมอ

AD Thanachart
AIA_300x250
SCB_300x250

Advertising